Sunday, July 8, 2012

Viper Responder 350 2-way Paging System

B006W9WDOY Viper Responder 350 2-way Paging System
Viper

Details

FULL FEATURE CAR ALARM WITH REMOTE START AND 2-WAY PAGER

B005ZHFXKU VIPER 5704V FULL FEATURE CAR ALARM WITH REMOTE START AND 2-WAY PAGER
Viper

Detail...

Remote Keyless

1999-2008 Ford Mustang Keyless Entry Remote Key Fob w/ Free DIY Programming Instructions and World Wide Remotes Guide
1998 - 2009 FORD TAURUS 4 Button Remote Keyless Entry Key Fob with Quick and Easy Instructions
Ford
Details

การดูแลสีรถยนต์


การดูแลสีรถยนต์

การแวกซ์รถเป็นการ ปกป้องพื้นผิวรถจากมลภาวะต่างๆ เราไม่จำเป็นต้องแว๊กซ์รถทุกครั้งที่เราล้างรถ เพียงปีละ 2 ครั้งก็เพียงพอ ถ้ารถเริ่มดูหมองๆ หรือน้ำไม่สามารถไหลลงที่ผิวรถเป็นหยดๆ เป็นสัญญาณว่า เราควรแวกซ์ได้แล้ว
การแวกซ์ต้องทำหลังจากการล้างรถ การแวกซ์บนพื้นผิวที่สกปรกจะขูดขีดสีรถได้ ดังนั้นล้างรถให้สะอาดและปล่อยให้แห้งสนิท ก่อนลงมือทำตามขั้นตอนต่อไปนี้
สิ่งที่จำเป็น
  • ผ้าขนหนูสะอาด
  • น้ำสะอาด
  • แวกซ์
  • น้ำยาขัดเงา

ขั้นตอนที่ 1 - ขัดเงา

ขัดเงาก่อนที่จะเริ่มลงมือ เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งสกปรกจะหลุดออกไปหมด ถ้ารถคุณเป็นรุ่นปี 80 หรือหลังจากนั้น เราแนะนำให้คุณใช้สินค้าที่เป็นแบบใสมากกว่า
โดยทั่วไป ควรจะล้างรถและปล่อยให้แห้งในที่ร่ม ไม่ให้โดนแสงแดดโดยตรง เพราะความร้อนจะทำให้แวกซ์ยาก หลังจากที่เราลงน้ำยาขัดเงาแล้วเริ่มขัดเงาจากด้านบนลงล่าง (หลังคา, กระโปรงหน้า-หลัง, ด้านขวาและด้านซ้าย) น้ำมันขัดเงาอาจมีที่ขัดให้มาด้วย แต่ถ้าไม่มีใช้ผ้าขนหนูธรรมดาก็ได้ โดยให้ขัดเบาๆ และเป็นวงๆ
เมื่อเสร็จแล้ว ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีให้แห้ง แล้วใช้ผ้าสะอาดอีกผืนขัดออก

ขั้นตอนที่ 2 - ลงแวกซ์

หลังจากที่เราลงและขัดน้ำยาขัดเงาออกแล้ว ถึงเวลาที่เราจะลงแวกซ์ ใส่แวกซ์ลงผ้าสะอาดอีกผืน โดยขัดแบบเดิม เบาๆและเป็นวงๆ รอประมาณ 10 นาที จะสังเกตเห็นว่าสีของแวกซ์จะเริ่มเปลี่ยน ให้ใช้ผ้าเช็ดออกเบาๆ

ขั้นตอน 3 - ขัดสี

หลังจากนั้น ใช้ผ้าสะอาดอีกผืนออกแรงขัดให้สีรถที่เคลือบแวกซ์ใหม่ส่องประกายมากขึ้น

credit:castal.com         

23 เคล็ดลับในการขับขี่อย่างปลอดภัย


      23 เคล็ดลับในการขับขี่อย่างปลอดภัย

คุณอาจจะขับรถทุกวันและคิดว่าขับขี่อย่างปลอดภัย แต่ลองคิดดูแต่ละครั้งที่อยู่หลังพวงมาลัย คุณต้องทำงานหลายส่วน โดยต้องแบ่งแยกหน้าที่ต่างๆ คุณต้องผสานการทำงานของมือ, เท้า, ตา, หู และการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกาย ในขณะเดียวกัน ก็ต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรเพื่อที่จะตอบสนองต่อการเห็น, ได้ยินและรู้สึกจากรถคันอื่นๆ ,สัญญาณไฟ, ลักษณะถนนและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ของคุณ
การตัดสินใจอย่างปัจจุบันทันด่วน ด้วยการเบรค การเปลี่ยนเกียร์ การเปลี่ยนเลน หรือทุกอย่างรวมกัน เพื่อที่จะบังคับรถให้ได้ เมื่อคุณขับรถด้วยความเร็วสูง และอยู่ใกล้กับรถคันอื่นซึ่งก็ใช้ความเร็วสูงเช่นกัน จะเกิดขึ้นราวๆ 20 ครั้ง ในทุกไมล์ในการขับขี่ ในช่วงเวลาที่น้อยกว่า 1.5 วินาที่ เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการเฉี่ยวชนกับรถคันอื่นๆ หรือกับทางเท้า
หากคิดอย่างนั้นแล้ว คุณอาจจะไม่อยากขับรถอีกเลย แต่เดี๋ยวก่อน ทำตามคำแนะนำด้านล่างนี้ และใช้ความรู้สึกและการตัดสินในที่ดีเยี่ยม คุณจะเป็นผู้ที่ขับรถปลอดภัยคนหนึ่งบนท้องถนน

พักผ่อนให้เพียงพอ และขับขี่ด้วยความตื่นตัวตลอดเวลา

  • พักผ่อนให้เพียงพอก่อนขับรถ
  • วางแผนในการขับขี่
  • หลีกเลี่ยงการใช้ถนน ระหว่างเที่ยงคืนถึงหกโมงเช้า
  • หาเพื่อนนั่งไปด้วย และสลับกันขับ ถ้าเป็นไปได้
  • วางแผนในการหยุดพักทุกๆ 2 ชม. หรือทุกๆ 160 กิโลเมตร
  • ถ้าคุณรู้สึกว่ามองไม่ค่อยชัด, รู้สึกหนักหัว หรือคิดไม่ค่อยออก หาที่จอดรถข้างทาง และลองหลับตาสักครู่

ใช้ความระมัดระวัง เมื่อต้องแซงรถคันอื่น

  • ถ้ารถที่คุณพยายามจะแซงเร่งเครื่องหนี ปล่อยเขาไป อย่าไปเร่งเครื่องตาม
  • อย่าเสี่ยง หากมีปัญหาอย่าเข้าไป

เว้นระยะห่างในการขับขี่

  • กฎที่สำคัญที่สุด ในการขับขี่อย่างปลอดภัยคือการเว้นระยะห่างจากรถคันหน้า เมื่อรถมีความเร็ว ทุกๆ 10 ไมล์/ชม. ให้เว้นระยะห่างประมาณรถหนึ่งคัน อย่างเช่น ถ้าขับรถด้วยความเร็ว 40 ไมล์/ชม. ให้เว้นระยะห่างจากรถคันหน้าเท่ากับรถ 4 คัน การรักษาระยะห่างดังนี้ จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุได้
  • ถ้าคุณไม่สามารถมองเห็นข้างหน้าของรถที่อยู่หน้าคุณ ให้เพิ่มระยะห่างให้มากขึ้น เพราะรถคันหน้าอาจจะเปลี่ยนเลนโดยไม่ได้ลดความเร็วหรือหยุดรถ ทำให้คุณตกอยู่ในอันตรายได้ ถ้าคุณต้องหยุดรถ ให้ชิดซ้ายและใช้ไฟฉุกเฉิน
  • พยายามที่จอดรถชิดซ้าย หรือไหล่ทาง เพราะไม่เช่นนั้นอาจทำให้เกิดความเสียหายอย่างหนักได้
  • ถ้าต้องจอดรถบนไหล่ทาง ให้เปิดไปฉุกเฉิน ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืน ในตอนกลางคืนอาจจะมีรถบางคันที่ตามมาบนไหล่ทาง เพราะคิดว่าคุณกำลังวิ่งอยู่
  • หากมีเหตุฉุกเฉินทำให้คุณต้องหยุดและจอดรถบนถนน ให้เปิดไฟฉุกเฉินทันที
  • ใส่ป้ายบอกเหตุสามเหลี่ยมกับรถด้วย เพื่อที่จะใช้ได้ตอนกลางคืน มันจะช่วยไม่ไห้รถถูกชนได้

เพิ่มความระมัดระวังเมื่อทัศนวิสัยการขับขี่ไม่ดี

  • ใช้ความเร็วที่เหมาะสม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าระยะทางและความเร็วที่ลดลงจะสามารถทำให้หยุดรถได้อย่างปลอดภัยไม่ถูกรถคันหลังชน
  • แตะเบรคเบาๆ และหยุดโดยไม่ส่ายไปมา
  • ระวังในกาเข้าโค้ง เพราะอาจจะไถลไปอีกเลน หรือออกจากถนน
  • ขับให้ช้าลงหรือจอด เมื่อทัศนวิสัยไม่ดี
  • ขับรถด้วยความเร็วในระดับที่ปลอดภัย ดูแลให้รถยนต์สะอาด โดยเฉพาะไฟหน้า, กระจก, และไฟท้าย ใช้ไฟฉุกเฉินหากจำเป็น
  • ก่อนขับออกจากช่องจอดให้ใช้ความระมัดระวัง ตรวจสอบทั้งรถและระวังคนเดินข้ามถนน
  • ขับช้าลงเพื่อหลีกเลี่ยงคนเดินเท้าที่อยู่ด้านหน้าของรถ เพราะเป็นเรื่องยากมากในการกะระยะห่างของรถที่วิ่งเข้ามาหาตัว ดังนั้นการที่คุณเร่งความเร็วขึ้น อาจเป็นอันตรายต่อคนเดินเท้าได้
  • ในเวลากลางคืน คนข้ามถนนมักจะคิดว่า คุณมองเห็นพวกเขา เพราะเขาสามารถมองเห็นไฟจากรถคุณได้ง่าย
credit:http://www.castrol.com